เทคนิคการใช้งาน แอร์ ให้ประหยัดไฟ


ในช่วงอากาศร้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าร้อนนั้นอากาศทั้งร้อนและอบอ้าวซึ่งจะทำให้คุณนั้นรู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่มีอุณหภูมิที่สูงมากถึง 43 องศานั้นการนั่งอยู่ในร่มก็อาจจะทำให้คุณนั้นรู้สึกหงุดหงิดเพราะอากาศร้อนได้การติดแอร์หรือใช้เครื่องปรับอากาศมาช่วยลดความร้อนในช่วงดังกล่าวนั้นจะช่วยให้ชีวิตของคุณนั้นมีความสุขมากยิ่งขึ้น

และเป็นที่ทราบกันดีว่าเครื่องปรับอากาศนั้นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบรรดาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในบ้านของคุณโดยในบิลค่าไฟมากกว่า 50% นั้นจะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้งานเครื่องปรับอากาศและแน่นอนยิ่งคุณใช้แอร์จำนวนมากเท่าไหร่ค่าไฟก็จะพุ่งสูงขึ้นมากเท่านั้นดังนั้นวันนี้จากที่ได้เล็งเห็นถึงปัญหาของคุณ วันนี้เราจึงได้รวบรวมเอาข้อมูลต่างๆที่น่าสนใจว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถประหยัดไฟฟ้าเมื่อใช้งานเครื่องปรับอากาศได้ ในช่วงหน้าร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เทคนิคการใช้งาน แอร์ หรือ เครื่องปรับอากาศ ให้ประหยัดไฟ

1.ใช้แอร์ที่เป็นเครื่องปรับอากาศแบบ Inverter

เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเครื่องปรับอากาศแบบ Inverter นั้นมีคุณสมบัติเด่นคือมีความประหยัดไฟและให้อุณหภูมิในการทำความเย็นที่คงที่และเป็นเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถทำความเย็นได้ดี และมีอัตราการบริโภคพลังงานที่ต่ำถ้าหากคุณคิดจะเปลี่ยนแอร์หรือติดตั้งแอร์ใหม่นั้นเราแนะนำให้คุณเลือกซื้อแอร์ระบบ Inverter จะเหมาะสมที่สุด เลือกขนาดแอร์ให้มีความเหมาะสมกับขนาดของห้องของคุณการเลือกใช้แอร์ที่มีขนาดใหญ่และเล็กเกินไปนั้นจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องปรับอากาศนั้นไม่ดีเท่าที่ควรและทำให้เปลืองค่าไฟฟ้ามากขึ้นเสียอีกด้วย

2. ใช้พัดลมช่วยกระจายความเย็น

เพียงคุณเปิดพัดลมไว้ในทิศตรงข้ามกับแอร์นั้นจะช่วยในการกระจายไอเย็นให้ทั่วถึงไปทั่วทั้งห้องและทำให้อากาศที่อยู่ในห้องรู้สึกเย็นมากยิ่งขึ้นโดยอุณหภูมิของแอร์นั้นให้คุณตั้งไว้ในช่วงอุณหภูมิเท่ห์ 27 ถึง 25 องศาจะช่วยให้เครื่องปรับอากาศนั้นทำงานหนักน้อยลงโดยที่คุณยังรู้สึกเย็นอยู่

เปิดพัดลม ขณะใช้แอร์
เปิดพัดลม ขณะใช้แอร์

3.ควรล้างแอร์อย่างน้อยทุก 6 เดือน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนเข้าสู่หน้าร้อนคุณควรที่จะทำการล้างแอร์ไว้รอเพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องปรับอากาศของคุณนั้นสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ในช่วงที่คุณจำเป็นที่จะต้องใช้งานเพราะว่าการล้างแอร์นั้นจะเป็นการทำความสะอาดให้กับระบบทำความเย็นและแผงคอยล์ในการทำความเย็นเพื่อให้พวกมันนั้นสามารถทำงานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากการล้างแอร์แล้วควรที่จะมีการเช็คอุปกรณ์อื่นๆให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอเช่นน้ำยาแอร์ใบพัดและอื่นๆแล้วทำการเปลี่ยนตามคำแนะนำของช่าง

ช่างล้างแอร์
ช่างล้างแอร์

4. ไม่ควรเปิดและปิดแอร์บ่อย ๆ

สำหรับแอร์ที่ไม่ใช่ระบบอินเวอร์เตอร์นั้นคุณไม่ควรที่จะเปิดและปิดแอร์บ่อยๆทุก 10 หรือ 20 นาทีเพราะว่านั่นจะทำให้ตัวคอมเพรสเซอร์ของแอร์นั้นทำงานหนักและเกิดไฟกระชากในตอนที่พวกมันเริ่มทำงานซึ่งจะทำให้ปริมาณการใช้พลังงานในช่วงนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความแตกต่างกันกับการใช้งานเครื่องปรับอากาศที่เปิดแบบต่อเนื่องไม่เปิดเปิดปิดบ่อยมาก

5. เปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 25 องศาหรือมากกว่า

การเปิดแอร์ที่อุณหภูมิมากกว่า 25 องศานั้นจะช่วยในการประหยัดค่าไฟฟ้าของคุณได้มากที่สุดซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานเครื่องปรับอากาศภายในบ้านถ้าคุณใช้อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศต่ำกว่า 25 องศานั้นคอมเพรสเซอร์ของแอร์จะทำงานหนักและมีอัตราการบริโภคพลังงานที่สูงขึ้นมากเกือบเท่าตัวถ้าคุณรู้สึกไม่เย็นแนะนำให้เปิดพัดลมช่วยโดยอาจจะเปิดจอเข้ากับตัวของคุณซึ่งนั่นจะทำให้คุณหนาวจนจำเป็นที่จะต้องผมพลาดกันเลยทีเดียว

6.ควรเปลี่ยนแอร์หรือเครื่องปรับอากาศที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี

เพราะว่าเครื่องปรับอากาศที่มีอายุมากนั้นจะมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลงแล้วยังมีเสียงที่ดังอีกด้วยซึ่งจะทำให้พวกมันนั้นบริโภคพลังงานไฟฟ้าของคุณมากยิ่งขึ้นการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเครื่องใหม่ให้เป็นเครื่องปรับอากาศแบบ Inverter นั้นจะช่วยให้คุณประหยัดไฟมากขึ้นเมื่อเทียบกับแอร์เครื่องเก่าที่มีอายุใช้งานที่ยาวนาน

7.ไม่ควรมีอุปกรณ์ที่กำเนิดความร้อนทำงานอยู่ในห้อง

อุปกรณ์ที่มีความร้อนเกิดขึ้นขณะใช้งานนั้นไม่สมควรที่จะอยู่ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศโดยอุปกรณ์พวกนี้นั้นจะปล่อยความร้อนออกมาขณะที่พวกมันทำงานอย่างเช่น ตู้เย็น,ทีวีแบบหลอดภาพ,หลอดไฟแบบไส้ เตารีดหม้อหุงข้าวและอื่นๆที่เป็นอุปกรณ์ให้ความร้อน เพราะจะทำให้อุณหภูมิของห้องนั้นสูงขึ้นและทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้นซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้ค่าไฟของคุณนั้นพุ่งสูงขึ้นด้วย

8.ห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศไม่ควรที่จะโดนแดดส่อง

เนื่องจากว่าห้องที่โดนแดดส่องนั้นจะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจากแสงแดดที่ส่องเข้าไปภายในห้องซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้แอร์ทำงานหนักและแอร์ไม่เย็นคุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยการใช้ผ้าม่านหรือหาหลังคามาใส่เพื่อป้องกันแสงแดดที่จะเล็ดลอดเข้ามายังห้องนั้นซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

9.ก่อนเปิดแอร์นั้นควรเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อไล่อากาศร้อนออกจากห้องก่อน

เป็นที่ทราบกันดีว่าห้องที่ติดแอร์นั้นจะไม่มีอากาศไหลเวียนซึ่งจะทำให้อุณหภูมิภายในห้องนั้นสูงกว่าอากาศภายนอกการเปิดให้อากาศเย็นจากภายนอกเข้าไปไล่อากาศร้อนที่อยู่ภายในออกจะทำให้แอร์งั้นทำงานหนักน้อยลงและประหยัดค่าไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น

10.ลดแหล่งความร้อนที่จะเข้ามาภายในห้อง

สำหรับแหล่งความร้อนต่างๆที่อาจจะเข้ามาในห้องได้แก่หลังคาหรือบริเวณฝ้าในห้องที่ติดกับหลังคาจะมีรังสีความร้อนแผ่ลงมาจากหลังคามาสู่ฟ้าซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนสะสมแพรเข้ามาที่บริเวณภายในห้องจำนวนมากการใช้ฉนวนกันความร้อนนั้นจะช่วยในการป้องกันไม่ให้รังสีความร้อนแผ่เข้ามาภายในห้องได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ซึ่งจะช่วยให้เครื่องปรับอากาศของคุณนั้นทำงานหนักน้อยลงและประหยัดไฟมากยิ่งขึ้น

 

Niran Kas

ผมต้องการที่จะเรียบเรียง เนื้อหาให้เข้าใจง่ายที่สุด เป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับผู้อ่าน ขอบคุณมากที่ติดตาม ถ้ามีอะไรในส่วนไหนที่ไม่ถูกต้อง หรืออยากให้ปรับปรุงแก้ไข ยินดีรับฟังทุกความเห็น

Recent Content

link to ทำไม เครื่องซักผ้าฝาหน้า ถึงแพงกว่า เครื่องซักผ้าฝาบน

ทำไม เครื่องซักผ้าฝาหน้า ถึงแพงกว่า เครื่องซักผ้าฝาบน

ทำไม เครื่องซักผ้าฝาหน้า แพงกว่าฝาบน? เป็นคำถามที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องซักผ้าเพื่อที่จะนำมาใช้งานอาจจะเริ่มสงสัยว่าแล้วทำไมเจ้าตัวเครื่องซักผ้าฝาหน้าจึงมีราคาที่แพงกว่าเครื่องซักผ้าฝาบนซึ่งจะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่จะทำการนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องซักผ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณมากที่สุด  
link to ข้อดี-ข้อเสีย ของ เครื่องอบรองเท้า

ข้อดี-ข้อเสีย ของ เครื่องอบรองเท้า

เครื่องอบรองเท้านั้นเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณสามารถที่จะทำการทำให้รองเท้าแห้งและลดกลิ่นอับด้วยการใช้งานพัดลมเพื่อใช้ในการระบายอากาศและลมร้อนซึ่งจะช่วยให้รองเท้าของคุณนั้นแห้งได้สนิทเหมาะสำหรับการใช้งานในช่วงหน้าฝนหรือการใช้งานในการอบรองเท้าให้แห้งหลังจากที่ซักหรือทำความสะอาดแล้วซึ่งจะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่นำการใช้งานรองเท้าได้โดยไร้กลิ่นอับ