ใครเป็นเจ้าของเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นมา?


ในการใช้งานปัญญาประดิษฐ์หรือ artificial intelligence ในตอนนี้และในอนาคตนั้นจะช่วยให้เราสามารถที่จะทำการใช้งานสิ่งต่างๆได้สะดวกขึ้นลดแรงและเวลาในการทำงานต่างๆของเรานั้นลงช่วยให้เรามี productivity หรือสามารถที่จะทำสิ่งต่างๆได้มากขึ้นแต่ในการใช้งานเนื้อหาที่ได้จากระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI นั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานระบบ AI แบบ open ที่มีการเปิดให้ใช้บริการฟรีผู้ใช้งานอาจจะเริ่มสงสัยว่าแล้วเจ้าเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นมานั้นลิขสิทธิ์เป็นของใครและเราสามารถที่จะใช้งานได้ถึงระดับไหน

 

ใครเป็นเจ้าของเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นมา
ใครเป็นเจ้าของเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นมา

 

ความเป็นเจ้าของของ เนื้อหาหรือสิ่งที่ AI สร้างขึ้นมานั้นก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายและ อำนาจศาลว่าเนื้อหาเหล่านั้นจะเป็นของใครโดยทั่วไปแล้วถ้าข้อมูลที่สร้างขึ้นจาก AI นั้นได้ถูกเทรนหรือถูกฝึกมาโดยกลุ่มบุคคลหรือองค์กรใดๆก็ตามนั่นหมายถึงว่าเนื้อหาที่สร้างขึ้นมานั้นจะเป็นของบุคคลหรือองค์กรนั้นๆ แต่ถ้าเนื้อเนื้อหาหรือ Content ที่ปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้นมาที่เกิดจากการใช้งานข้อมูลที่มีอยู่แล้วของผู้ใช้งานที่ป้อนเข้าไปยัง AI เพื่อที่จะนำเอาไปใช้ในการสร้างเนื้อหาของตนเนื้อหานั้นก็น่าจะเป็นของผู้ที่เป็นเจ้าของข้อมูลที่ป้อนให้ไปยังระบบ AI ระบบ AI นั้นเป็นการใช้งานแบบจ่ายเงินเพื่อที่จะใช้บริการ แต่เนื้อหาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์และความเป็นเจ้าของของเนื้อหานั้นมีความซับซ้อนอยู่พอสมควรเพราะฉะนั้นแล้วการที่จะใช้งานนั้นควรที่จะมีการตกลงในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการใช้งาน

 

 

ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI นั้นสร้างเนื้อหาหรือ Content อย่างไร?

 

 

เนื้อหาที่ได้จากระบบ AI นั้นเกิดจากการนำเอาชุดข้อมูลเพื่อไปป้อนให้กับ AI เพื่อใช้ในการประมวลผลไม่ว่าจะเป็นข้อความคำพูดหรือสิ่งต่างๆที่เราต้องการให้ระบบ AI นั้นเรียนรู้โดยการใช้งานชุดข้อมูลปริมาณมากซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ระบบปัญญาประดิษฐ์นั้นสามารถที่จะทำการเรียบเรียงและโต้ตอบออกมาได้อย่างถูกต้องและจะต้องมีการปรับแต่งและแก้ไขข้อมูลต่างๆเพื่อให้สามารถที่จะทำการให้ข้อมูลออกมาหรือ output นั้นมีความแม่นยำมากที่สุด

 

 

AI มีประโยชน์อย่างไร?

 

ระบบ AI นั้นถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการลดปริมาณงานและความยุ่งยากในการทำงานต่างๆของมนุษย์ลงโดยจะนำเอาข้อมูลต่างๆมาเรียบเรียงเพื่อให้สามารถที่จะทำงานการวางแผนสิ่งต่างๆให้ทำงานได้สะดวกขึ้นมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นโดยรูปปัญญาประดิษฐ์นั้นจะต้องมีการสั่งงานหรือการรับข้อมูลจากผู้ใช้งานเพื่อที่จะนำเอาไปประมวลผลในสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการ และ AI หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เข้ามาทดแทนการทำงานของมนุษย์แต่จะเข้ามาช่วยทุ่นแรงให้มนุษย์สามารถที่ทำการทำงานต่างๆได้ดีขึ้น

ถ้าให้เปรียบเทียบก็จะเหมือนกันกับเครื่องจักรที่จะเอามาช่วยในการทุ่นแรงในการทำงานต่างๆให้สามารถที่จะทำงานได้สะดวกขึ้น เช่นเดียวกันกับการประดิษฐ์รถยนต์เพื่อนำมาใช้ในการเดินทางทดแทนการเดินทางด้วยเท้าหรือการเดินทางด้วยสัตว์พาหนะต่างๆ

 

 

ระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถที่จะเอาไปใช้งานอะไรได้บ้าง?

 

ปัญญาประดิษฐ์นั้นสามารถที่จะเอาไปใช้ในได้แทบทุกงานตั้งแต่การใช้งานในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นการช่วยแจ้งเตือนการค้นหาข้อมูลการแนะนำข้อมูลการใช้งานเพื่อความบันเทิงการใช้งานในการทำงานเพื่อช่วยลดความยุ่งยากซับซ้อนในการทำงานต่างๆซึ่งในอนาคตนั้นจะมีการนำเอาระบบ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ไปใช้งานในแทบจะทุกอุปกรณ์ที่เราใช้งานในอนาคตอย่างแน่นอน

 

 

 

Niran Kas

ผมต้องการที่จะเรียบเรียง เนื้อหาให้เข้าใจง่ายที่สุด เป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับผู้อ่าน ขอบคุณมากที่ติดตาม ถ้ามีอะไรในส่วนไหนที่ไม่ถูกต้อง หรืออยากให้ปรับปรุงแก้ไข ยินดีรับฟังทุกความเห็น

Recent Content

link to ข้อดีข้อเสีย ของ MagSafe Charger

ข้อดีข้อเสีย ของ MagSafe Charger

MagSafe Charger นั้นเป็น อุปกรณ์ชาร์จไร้สายรุ่นใหม่จาก Apple ที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กที่จะสามารถใช้ในการแปะติดด้านหลังของอุปกรณ์อย่าง iPhone ของคุณเพื่อใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่ ด้วยการใช้เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายหรือ Wireless ชาร์จที่สามารถทำการชาร์จให้กับ iPhone ของคุณโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเสียบสายเคเบิลทำให้การชาร์จนั้นมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจุดเด่นหลักๆของการใช้งานอุปกรณ์ MagSafe Charger นั่นก็คือความง่ายในการใช้งานที่เพียงแค่วางตัวแม่เหล็กก็พร้อมที่จะทำการติดและชาร์จให้เองโดยอัตโนมัติโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเสียบสายเคเบิลตรงพอร์ตชาร์จให้ยุ่งยาก
link to อุปกรณ์เครื่องชาร์จแท้ Apple Dual USB-C Port 35W Power Adapter

อุปกรณ์เครื่องชาร์จแท้ Apple Dual USB-C Port 35W Power Adapter

Apple Dual USB-C Port 35W Power Adapter เป็นอุปกรณ์ชาร์จประสิทธิภาพสูงที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่จะทำการชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์ที่รองรับพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ usb-c โดยเป็นอุปกรณ์ชาร์จที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดเหมาะสำหรับการพกพาไปใช้งานต่างๆและรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น iPhone iPad หรืออุปกรณ์อื่นๆที่รองรับการชาร์จด้วยมาตรฐาน USB Type C