ใช้คอมพิวเตอร์อย่างไร ให้ประหยัดไฟ


เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กระแสไฟฟ้าในการทำงานซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั่วๆไปนั้นจะกินกระแสไฟฟ้าตั้งแต่ 350 ไปจนถึง 1,500 วัตต์ขึ้นอยู่กับสเปคของตัวเครื่องรุ่นและส่วนประกอบต่างๆของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการใช้งานอยู่ซึ่งแต่ละรุ่นแต่ละเครื่องมันก็จะกินกระแสไฟฟ้าที่แตกต่างกันโดยการวัดค่าพลังงานไฟฟ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์เราจะวัดจากพลังงานวัตต์ที่ตัวเครื่องดึงเอาไปใช้ ยิ่งเครื่องคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพสูงพอจะกินกระแสไฟฟ้ามากขึ้นและยิ่งทำงานหนักตัวเครื่องก็จะกินกระแสไฟฟ้ามากขึ้นด้วยเช่นกันเพราะฉะนั้นแล้วในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ประหยัดกระแสไฟฟ้านั้นจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับการที่จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ให้เต็มประสิทธิภาพ

ใช้คอมพิวเตอร์อย่างไร ให้ประหยัดไฟ

 

แต่ในช่วงที่คุณไม่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลมากนะคุณสามารถที่จะทำการตั้งค่าให้ตัวเครื่องสามารถที่จะทำการประหยัดกระแสไฟฟ้ามากขึ้นช่วยให้คุณลดรายจ่ายของกระแสไฟฟ้าที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ ประหยัดมากขึ้นโดยมีขั้นตอนหรือวิธีทำง่ายๆดังนี้

 

 

การใช้คอมพิวเตอร์ให้ประหยัดไฟ

 

 

1.ถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ใช้งาน

 

เมื่อคุณไม่ได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นเราแนะนำให้คุณทำการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์โดยการ Shutdown แล้วให้ทำการถอดปลั๊กพ่วงมันออกเพื่อตัดกระแสไฟฟ้าที่จะเข้าไปเลี้ยงยังตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ถึงแม้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้เปิดอยู่นะก็มีอุปกรณ์บางชิ้นที่มีการดึงกระแสไฟฟ้าไปใช้งานเพราะฉะนั้นแล้วการถอดปลั๊กจะช่วยในการหยุดการบริโภคกระแสไฟฟ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

2.ตัดการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ไม่ได้ใช้งาน

 

สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆที่ไม่ได้ใช้งานในขณะนั้นคุณควรที่จะทำการถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงเหล่านั้นออกเพื่อช่วยให้คุณนะลดปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ตัวเครื่องและอุปกรณ์เหล่านั้นดึงเอาไปใช้งานได้ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง Webcam ปริ้นเตอร์เครื่องสแกนเนอร์ Sound Card ภายนอก External Hard drives อุปกรณ์เหล่านี้จะทำการบริโภคพลังงานถึงแม้ว่าในกรณีที่คุณไม่ได้ใช้งานก็ตามถ้าคุณเสียบเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเอาไว้พวกมันก็จะสามารถดึงกระแสไฟฟ้าไปใช้งานได้

 

3. ปรับ energy settings ของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณให้เหมาะสม

 

energy settings นั้นจะเป็นการตั้งค่าการทำงานของตัวเครื่องให้เหมาะสมและประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้นไม่ทำให้เครื่องนั้นสามารถที่จะทำการดึงกระแสไฟฟ้าเต็มที่ตลอดเวลาโดยตัวเครื่องจะทำการปรับระดับความเร็ว CPU ให้อยู่ในระดับเหมาะสมกับงานที่คุณกำลังทำอยู่ยกตัวอย่างเช่นการพิมพ์งานจะใช้กระแสไฟฟ้าน้อยกว่าการเล่นเกมแบบเต็มที่เมื่อคุณทำการปรับระดับ energy settings ให้เหมาะสมตัวเครื่องจักรประหยัดพลังงานมากขึ้นกินกระแสไฟฟ้าน้อยลงการปรับความสว่างของหน้าจอความดังของเสียงก็จะช่วยในการลดอัตราการบริโภคพลังงานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงของคุณให้ลดลงได้เช่นเดียวกัน

 

 

4.เลือกซื้ออุปกรณ์ที่รองรับ Energy Star-compliant

 

Energy Star-compliant เป็นเครื่องหมายรับรองว่าตัวอุปกรณ์นั้นจะสามารถที่จะใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้คุณสามารถที่จะทำการใช้งานได้อย่างประหยัดไฟมากยิ่งขึ้นโดยตัวเครื่องนั้นจะถูกทดสอบในเรื่องของการใช้กระแสไฟฟ้าที่เหมาะสมจากหน่วยงานของรัฐของสหรัฐอเมริกาซึ่งจะช่วยให้คุณนั้นมั่นใจได้มากขึ้นถึงประสิทธิภาพและความประหยัดกระแสไฟฟ้าที่จะได้จากตัวอุปกรณ์

 

 

5.ติดตั้งเครื่องปริ้นเตอร์ในพื้นที่ที่มีการถ่ายเทอากาศได้สะดวก

 

คอมพิวเตอร์นั้นเมื่อทำงานตัวเครื่องจะเกิดความร้อนสะสมจึงทำให้ตัวเครื่องนั้นมีพัดลมเพื่อใช้ในการระบายความร้อนให้กับอุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น Power Supply การ์ดจอหรือซีพียูที่ใช้ในการประมวลผลซึ่งถ้าการระบายอากาศไม่ดีนั้นจะทำให้เกิดความร้อนสะสมอยู่ภายในตัวเครื่องซึ่งจะทำให้ตัวเครื่องนั้นใช้งานพัดลมในการระบายอากาศมากขึ้นและทำให้ตัวเครื่องกินกระแสไฟฟ้ามากยิ่งขึ้นถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณถูกติดตั้งและใช้งานในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศได้ดีสามารถที่จะทำการระบายความร้อนได้ดีตัวเครื่องก็จะกินกระแสไฟฟ้าน้อยลง

 

 

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่จะนำการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้อย่างประหยัดไฟและช่วยให้คุณใช้งานพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีการคำนวณว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณนัทกินกระแสไฟฟ้าเท่าไหร่คุณสามารถที่จะเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆได้ที่บทความนี้ คอมพิวเตอร์ กินไฟเท่าไหร่?

 

Niran Kas

ผมต้องการที่จะเรียบเรียง เนื้อหาให้เข้าใจง่ายที่สุด เป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับผู้อ่าน ขอบคุณมากที่ติดตาม ถ้ามีอะไรในส่วนไหนที่ไม่ถูกต้อง หรืออยากให้ปรับปรุงแก้ไข ยินดีรับฟังทุกความเห็น

Recent Content

link to ทำไม เครื่องซักผ้าฝาหน้า ถึงแพงกว่า เครื่องซักผ้าฝาบน

ทำไม เครื่องซักผ้าฝาหน้า ถึงแพงกว่า เครื่องซักผ้าฝาบน

ทำไม เครื่องซักผ้าฝาหน้า แพงกว่าฝาบน? เป็นคำถามที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องซักผ้าเพื่อที่จะนำมาใช้งานอาจจะเริ่มสงสัยว่าแล้วทำไมเจ้าตัวเครื่องซักผ้าฝาหน้าจึงมีราคาที่แพงกว่าเครื่องซักผ้าฝาบนซึ่งจะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่จะทำการนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องซักผ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณมากที่สุด  
link to ข้อดี-ข้อเสีย ของ เครื่องอบรองเท้า

ข้อดี-ข้อเสีย ของ เครื่องอบรองเท้า

เครื่องอบรองเท้านั้นเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณสามารถที่จะทำการทำให้รองเท้าแห้งและลดกลิ่นอับด้วยการใช้งานพัดลมเพื่อใช้ในการระบายอากาศและลมร้อนซึ่งจะช่วยให้รองเท้าของคุณนั้นแห้งได้สนิทเหมาะสำหรับการใช้งานในช่วงหน้าฝนหรือการใช้งานในการอบรองเท้าให้แห้งหลังจากที่ซักหรือทำความสะอาดแล้วซึ่งจะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่นำการใช้งานรองเท้าได้โดยไร้กลิ่นอับ