Application TikTok อาจจะถูกแบนในสหรัฐอเมริกา


Application TikTok กำลังจะถูกแบนในสหรัฐอเมริกาหลังจากที่ตรวจพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับประเทศจีนและรัฐบาลจีนโดย Application TikTok นั้นเป็นเจ้าของโดยบริษัทไบร์ทแดนซ์ซึ่งเป็นบริษัทที่มีสำนักงานอยู่ที่เมืองปักกิ่งประเทศจีน ซึ่งในปัจจุบันนี้มีความนิยมในการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมากมายจนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องของความเป็นส่วนตัวและการเข้ามาแทรกแซงโดยรัฐบาลจีนได้อย่างง่ายดายเพื่อที่จะทำการเก็บข้อมูลต่างๆหรือเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ต่างๆได้

TikTok

โดยแอปพลิเคชัน TikTok นั้น ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในช่วงต้นปีที่ผู้คนนั้นได้ถูกกักตัวอยู่ที่บ้านช่วยช่วยเป็นเครื่องมือในการสร้างความบันเทิงขณะทำการกักตัวในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาโดยปัจจุบันนี้ Application TikTok ได้มีการดาวน์โหลดและติดตั้งมากกว่า 2 พันล้านครั้งซึ่งข้อมูลจากบริษัท Sensor Tower ได้ทำการเก็บข้อมูลและรายงานว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้นั้นได้มีการติดตั้ง application ไปแล้วถึง 623 ล้านครั้งโดยตลาดหลักนั้นในเป็นในส่วนของประเทศอินเดียซึ่งมีตลาดใหญ่สุดรองลงมาคือบราซิลและประเทศสหรัฐอเมริกาโดย Application ที่ตอบนั้นไม่ได้มีให้ใช้งานในประเทศจีนเพราะว่าในประเทศจีนนั้นจะเป็นอีกแอปพลิเคชันหนึ่งที่สำหรับใช้ในประเทศจีนโดยเฉพาะซึ่งมีชื่อเรียกว่า Douyin ซึ่งเป็น Application TikTok ในเวอร์ชั่นจีนที่ไม่ให้มีใช้งานภายนอกจีนจะมีเฉพาะคนจีนเท่านั้นที่อนุญาตให้ใช้งาน

TikTok แบน
TikTok แบน

โดยในปัจจุบันนี้การเติบโตของ Application TikTok นั้นอยู่ในช่วงร้อนแรงเนื่องจากว่าได้มีการยืนยันว่ารัฐบาลจีนอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้งาน Application นี้และในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาทางอินเดียก็ได้ทำการแบน Application ติ๊กต๊อกออกจากทางประเทศอินเดียเองซึ่งเกิดขึ้นจากปัญหาสงครามระหว่างพรมแดนของอินเดียและจีนเองโดยหลังจากนั้นทางสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียก็กำลังมีการพิจารณาที่จะทำการ แบน Application ดังกล่าวด้วยซึ่งทางกองทักสหรัฐแนะนำวิกโยธินได้ทำการเตือนให้สมาชิกในกองทัพนั้นยกเลิกการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TikTok ลงบน Smartphone ของรัฐบาลซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลสำคัญต่างๆได้นั่นเอง

แม้กระทั่งเว็บไซต์ Amazon เองซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของโลกนั้นก็ได้ออกมายืนยันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาในเรื่องของความปลอดภัยของแอพพลิเคชั่นดังกล่าวโดยได้ทำการห้ามให้พนักงานนั้นติดตั้งแอพพลิเคชั่นติดต่อบนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้ากับอีเมลของบริษัทเพื่อความปลอดภัยของอุปกรณ์และข้อมูลต่างๆนั่นเอง

TikTok usa
TikTok usaTikTok usa

ทำไมรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกาที่นำโดยโดนัลด์ทรัมป์นั้นต้องการที่จะทำการแบน Application ติ๊กต๊อกเนื่องจากว่ามีความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงของรัฐบาลจีนอยากจะใช้งาน Application ติ๊กต๊อกในการสอดแนมข้อมูลของประชาชนในสหรัฐซึ่งข้อมูลดังกล่าวสามารถที่จะทำการนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Big Data เพื่อที่จะใช้ในทางด้านความมั่นคงได้นั้นเอง

โดยทางผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นนั้นก็ได้ออกมายืนยันเช่นกันว่าการที่จะทำการ สอบสวนหาทิศทางการนำข้อมูลของผู้ใช้งานไปใช้นั้นจากบริษัทต่างชาติซึ่งมีการเก็บข้อมูลต่างๆอย่างมากมายโดยทางแอพพลิเคชั่นเองงั้นก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันแต่ว่าการที่จะนำข้อมูลดังกล่าวออกมาสอบสวนต่างๆนั้นดูเหมือนว่าจะทำได้ยากมากนั่นเอง

แล้วทางติ๊กต่อกจะทำการแก้ไขหรือวางแผนอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับการแบนในครั้งนี้ทางแอป TikTok เองก็ได้ออกมายืนยันเกี่ยวกับข้อมูลความเป็นส่วนตัวและข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยระหว่างประเทศซึ่งได้มีการประกาศใน Blog Post ของทางTikTok เองว่าการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานที่อยู่ในพื้นที่สหรัฐอเมริกานั้นข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่ Server ที่ตั้งอยู่สหรัฐอเมริกาและมีการสำรองข้อมูลไว้ที่ Server ที่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งจะสอบได้ยังไงว่าข้อมูลเหล่านั้นได้ถูกเก็บรวบรวมไว้ที่ Data Center ที่อยู่นอกประเทศจีนดังนั้นข้อมูลดังกล่าวที่ถูกเก็บนั้นจะไม่ถูกนำไปใช้งานโดยรัฐบาลจีนเด็ดขาดเนื่องจากว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศจีนนั่นเองปัจจุบันนี้ Application TikTok นั้นมี 4 ตัวเป็นชาวอเมริกันที่มีลูกจ้างและหัวหน้างานในส่วนต่างๆรวมถึงนักพัฒนาและผู้ดูแลข้อมูลต่างๆอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

แล้วกระบวนการแบน Application ติ๊กต๊อกจะมีการทำอย่างไร ? ในกระบวนการ Application ติ๊กต๊อกนั้นทางรัฐบาลสหรัฐจากการใช้กฎหมายเกี่ยวกับการใช้เสียงที่มีลิขสิทธิ์เพื่อที่จะร้องไปยังทาง Apple และ Google ที่จะช่วยให้ทำการถอด Application TikTok ออกจาก App Store ของ Apple และ Google Play Store ของทาง Apple ซึ่งจะทำให้ทางที่ตอบเองสามารถที่จะต่อสู้คดีดังกล่าวได้โดยหลังจากที่ทำการยื่นเรื่องสำเร็จแล้วและมีการถอด Application ออกจากผู้ให้บริการทั้ง 2 เจ้าแล้วผู้ใช้งานจะไม่สามารถทำการติดตั้งแอปพลิเคชั่นดังกล่าวได้อีกนั่นจะทำให้ความนิยมในการใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าวลดลงนั่นเอง

หรืออาจจะมีการนำเอาบริษัทที่สอบเข้าไปยัง nct ซึ่งเป็นรายชื่อของบริษัทที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงเทคโนโลยีของประเทศสหรัฐอเมริกาเหมือนกับในกรณีของทางบริษัท Huawei ที่ได้ถูกแบนจากการใช้งานเทคโนโลยีของอเมริกาในช่วงปีที่ผ่านมานั้นจะทำให้ Application ที่ตอบนั้นจะถูกแบนออกจากทั้ง Store ของ Apple และ Google Play Store ของ Google โดยอัตโนมัตินั่นเอง

แอป TikTok จะโดนแบนในประเทศไทยไหม ? สำหรับประเทศไทยเอง Application TikTok นั้นในปัจจุบันนี้ถือว่าได้รับความนิยมมากเช่นกันลองๆจาก application Facebook เลยก็ว่าได้ซึ่งรัฐบาลไทยยังไม่มีนโยบายหรือมีหน่วยงานไหนที่ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้แม้แต่หน่วยงานเดียวดังนั้นผู้ใช้งานติดต่อในประเทศไทยในปัจจุบันนี้คาดว่ายังจะไม่มีปัญหาในการใช้งานจนกว่าจะมีการถอด Application ออกจากแอปเปิ้ล AppStore หรือ Google Play Store.

Niran Kas

ผมต้องการที่จะเรียบเรียง เนื้อหาให้เข้าใจง่ายที่สุด เป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับผู้อ่าน ขอบคุณมากที่ติดตาม ถ้ามีอะไรในส่วนไหนที่ไม่ถูกต้อง หรืออยากให้ปรับปรุงแก้ไข ยินดีรับฟังทุกความเห็น

Recent Content

link to ข้อดีข้อเสีย ของ MagSafe Charger

ข้อดีข้อเสีย ของ MagSafe Charger

MagSafe Charger นั้นเป็น อุปกรณ์ชาร์จไร้สายรุ่นใหม่จาก Apple ที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กที่จะสามารถใช้ในการแปะติดด้านหลังของอุปกรณ์อย่าง iPhone ของคุณเพื่อใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่ ด้วยการใช้เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายหรือ Wireless ชาร์จที่สามารถทำการชาร์จให้กับ iPhone ของคุณโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเสียบสายเคเบิลทำให้การชาร์จนั้นมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจุดเด่นหลักๆของการใช้งานอุปกรณ์ MagSafe Charger นั่นก็คือความง่ายในการใช้งานที่เพียงแค่วางตัวแม่เหล็กก็พร้อมที่จะทำการติดและชาร์จให้เองโดยอัตโนมัติโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเสียบสายเคเบิลตรงพอร์ตชาร์จให้ยุ่งยาก
link to อุปกรณ์เครื่องชาร์จแท้ Apple Dual USB-C Port 35W Power Adapter

อุปกรณ์เครื่องชาร์จแท้ Apple Dual USB-C Port 35W Power Adapter

Apple Dual USB-C Port 35W Power Adapter เป็นอุปกรณ์ชาร์จประสิทธิภาพสูงที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่จะทำการชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์ที่รองรับพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ usb-c โดยเป็นอุปกรณ์ชาร์จที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดเหมาะสำหรับการพกพาไปใช้งานต่างๆและรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น iPhone iPad หรืออุปกรณ์อื่นๆที่รองรับการชาร์จด้วยมาตรฐาน USB Type C