เสื่อโยคะ กับ เสื่อออกกําลังกาย แตกต่างกันอย่างไร?


เสื่อโยคะจะแตกต่างกันกับเสื่อออกกำลังกายในเรื่องของการยึดเกาะพื้นผิวความหนาและความนุ่มของวัสดุที่นำมาใช้ทำ โดยเสื่อโยคะนั้น จะเน้นที่การยึดเกาะพื้นผิวของผู้เล่นกับเสื่อและพื้นและเน้นที่ความนุ่มจะช่วยสามารถใช้ในการป้องกันส่วนต่างๆที่สัมผัสพื้นของผู้เล่นไม่ว่าจะเป็นข้อสอบหัวเข่าเท้าหรือขาไม่ให้เจ็บมากเมื่อสัมผัสกับพื้นแข็งในขณะที่เสือสำหรับออกกำลังกายนั้นจะถูกออกแบบมาสำหรับใช้ในการดูดซับแรงกระแทกและช่วยรับน้ำหนักของผู้เล่นจึงจะเน้นที่เสือที่มีขนาดความหนามากมีความนุ่มแต่จะไม่เน้นที่การยึดเกาะเหมือนกับเสื่อโยคะจึงทำให้เสื่อสำหรับออกกำลังกาย

 

เสื่อโยคะ กับ เสื่อออกกําลังกาย แตกต่างกันอย่างไร?

 

 

และเสื่อโยคะนั้นจะมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันและเสื่อโยคะจะไม่เหมาะสำหรับมาใช้ในการเป็นเสื่อออกกำลังกายแอโรบิคหรือยกน้ำหนักทั่วไปเนื่องจากว่าเสื่อโยคะนั้นอาจจะเสียหายได้ง่ายกว่าเพราะว่าขณะที่ออกกำลังกายแอโรบิคหรือออกกำลังกายแบบอื่นๆนั้นเราจะสวมใส่รองเท้าในขณะที่การฝึกโยคะนั้นจะไม่มีรองเท้าจึงอาจจะทำให้เสื่อโยคะที่มีราคาแพงเสียหายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

 

เสื่อโยคะ จําเป็นไหม?

 

เสื่อโยคะมีความจำเป็นสำหรับการฝึกโยคะเพราะจะช่วยให้คุณสามารถที่จะทำการดูดซับแรงกดที่จะเกิดขึ้นจากศอกหัวเข่าและอวัยวะต่างๆที่สัมผัสพื้นของคุณเนื่องจากว่าอวัยวะเหล่านั้นจะทำการรับน้ำหนักกับพื้นถ้าไม่มีเสื่อโยคะเพื่อใช้ในการรองเพื่อดูดซับน้ำหนักอาจจะทำให้คุณรู้สึกเจ็บข้อมือ, ข้อศอก, หัวเข่าได้ เพราะฉะนั้นแล้วเสื่อโยคะจึงมีความจำเป็นสำหรับการใช้งานร่วมกับการฝึกโยคะนั่นเองและนอกจากนั้นแล้วเสื่อโยคะยังถูกออกแบบมาให้เพิ่มการยึดเกาะระหว่างพื้นและผู้เล่นเพื่อความมั่นคงไม่ลื่นซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในกรณีที่มีเหงื่อหรือความชื้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นปูนหรือพื้นซีเมนต์ที่เมื่อมีความชื้นแล้วจะมีความลื่นขึ้นเป็นพิเศษซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายจนบาดเจ็บได้

 

เสื่อโยคะ ควรหนาเท่าไหร่?

 

สำหรับเสื่อโยคะที่ดีนั้นควรที่จะมีระดับความหนาที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณโดยคณะที่เหมาะสมจะอยู่ที่ตั้งแต่ 2 มิลลิเมตรไปจนถึง 10 มิลลิเมตรให้เลือกใช้งาน ซึ่งเสื่อโยคะยิ่งมีความหนามากขึ้นก็จะช่วยในการดูดซับแรงกระแทกและรับน้ำหนักที่จะกดทับลงบนข้อมือข้อสอบหัวเข่าของคุณได้ดีขึ้นแต่ก็จะต้องแลกมาพร้อมกับขนาดที่ใหญ่ขึ้นน้ำหนักที่มากขึ้นทำให้ยากในการเคลื่อนย้ายและการใช้งานรวมถึงการจัดเก็บในกรณีที่ไม่ได้ใช้งานด้วยโดยความหนาที่เหมาะสมสำหรับผู้เล่นโยคะทั่วไปนั้นจะอยู่ที่ 4 ถึง 6 มิลลิเมตรในขณะที่ผู้เล่นที่มีความเชี่ยวชาญแล้วอาจจะเหลือความหนาเพียง 1.5 ถึง 3 มิลลิเมตรเท่านั้น.

 

 

 

การทําความสะอาด เสื่อโยคะ

 

โดยปกติแล้วเราควรทำความสะอาดเสื่อโยคะที่เราใช้งานเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้งเนื่องจากว่าขณะที่ทำการใช้งานนั้นจะมีเหงื่อและของเหลวต่างๆรวมถึงสิ่งสกปรกต่างๆที่จะเกิดขึ้นจากการใช้งานการทำความสะอาดอยู่เป็นประจำนั้นจะช่วยให้เสื่อโยคะมีอายุในการใช้งานที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นมีความสะอาดและช่วยให้ผู้ใช้งานและมีความปลอดภัยเพิ่มมากยิ่งขึ้น

 

โดยขั้นตอนและวิธีการในการทำความสะอาดนั้นก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ในการผลิตเสื่อโยคะว่าเป็นวัสดุประเภทไหนและการใช้งานควรที่จะทำการทำความสะอาดให้ถูกกับชนิดและประเภทของวัสดุเพื่อช่วยยืดอายุในการใช้งานขอเสื่อโยคะให้มีอายุในการใช้งานที่ยาวนานเพิ่มมากยิ่งขึ้นโดยเสื่อโยคะนั้นจะใช้วัสดุต่างๆที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น เสื่อโยคะโฟม, เสื่อโยคะ tpe, หรือ เสื่อโยคะจากยางพาราก็ตาม ก็จะมีขั้นตอนและวิธีการในการดูแลรักษาที่แตกต่างกันไปซึ่งคุณควรที่จะศึกษาวิธีการใช้งานในคู่มือผู้ใช้งานให้ดีเสียก่อนจะทำการใช้งานจะทำให้คุณนั้นสามารถที่จะจัดการดูแลรักษาได้อย่างถูกวิธีมากที่สุด

 

โดยเสื่อโยคะแบบโฟมนั้นจะเน้นการทำความสะอาดที่ง่ายเพียงใช้น้ำยาล้างจานเจือจางบรรจุลงในขวดสเปรย์แล้วพ่นให้ทั่วหลังจากนั้นให้ทำการเช็ดออกด้วยผ้าสะอาดและนำไปผึ่งลมให้แห้งก่อนที่จะทำการจัดเก็บเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้เสื่อโยคะแบบโฟมนั้นมีความสะอาดเพิ่มมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับเสื่อโยคะที่ใช้วัสดุสังเคราะห์อย่าง TPE นั้นก็จะมีวิธีการดูแลรักษาที่ง่ายดายเช่นเดียวกันโดยการใช้น้ำสะอาดผสมกับน้ำส้มสายชูแล้วนำไปฉีดให้ทั่วแล้วเช็ดออกด้วยผ้าสะอาดหลังจากนั้นนำไปผึ่งลมให้แห้งก่อนนำไปใช้งานตัวเสือกก็จะสะอาดเช่นเดียวกัน

 

ในส่วนของเสื่อโยคะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติอย่างยางพารานั้นการทำความสะอาดออกง่ายเช่นเดียวกันโดยการใช้เกลือผสมกับน้ำแล้วทำการสเปรย์ลงบนพื้นผิวให้แห้งแล้วทำการเช็ดด้วยผ้าสะอาดหลังจากนั้นให้นำเอาไปผึ่งลมให้แห้งก่อนที่จะทำการจัดเก็บก็จะช่วยในการฆ่าเชื้อโรคและถนอมเสื่อโยคะให้มีอายุในการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

 

โดยเสื่อโยคะที่ผลิตจากทุกวัสดุนั้นไม่ควรที่จะนำไปตากกับแสงแดดโดยตรงเนื่องจากว่าอาจจะทำให้ตัววัสดุนั้นเกิดการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วนั่นเองการผึ่งลมให้แห้งหรือตากไว้ในร่มก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการทำความสะอาดและการดูแลรักษาเสื่อโยคะแล้วและสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเสื่อโยคะเพื่อที่จะนำมาใช้งานนั้นอาจจะเริ่มสงสัยว่าควรที่จะเลือกซื้อเสื่อโยคะรุ่นไหนแบบไหนยี่ห้อไหนดีถึงจะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่จะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุดโดยเราได้ทำการรวบรวมข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเสื่อโยคะมาแนะนำให้คุณได้ไปศึกษาได้ที่บทความนี้ “เสื่อโยคะ รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี ” ซึ่งจะช่วยให้คุณนั้นสามารถที่จะนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อเสื่อโยคะที่ดีที่สุดเหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด

 

Niran Kas

ผมต้องการที่จะเรียบเรียง เนื้อหาให้เข้าใจง่ายที่สุด เป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับผู้อ่าน ขอบคุณมากที่ติดตาม ถ้ามีอะไรในส่วนไหนที่ไม่ถูกต้อง หรืออยากให้ปรับปรุงแก้ไข ยินดีรับฟังทุกความเห็น

Recent Content

link to หม้อหุงข้าวในรถยนต์ รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี

หม้อหุงข้าวในรถยนต์ รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี

หม้อหุงข้าวในรถยนต์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการหุงข้าวโดยใช้กระแสไฟฟ้าในรถยนต์ในการทำการหุงข้าวซึ่งจะช่วยให้คุณและสามารถแนะนำการใช้งานในการหุงข้าวขณะที่ทำการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายโดยจะเป็นหม้อหุงข้าวที่ใช้กระแสไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้จากช่องต่อที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ซึ่งจะเป็นกระแสไฟฟ้า 24 โวลต์หรือ 12 โวลต์ให้ใช้งาน
link to โคมไฟหัวเสาโซล่าเซลล์ รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี

โคมไฟหัวเสาโซล่าเซลล์ รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี

โคมไฟหัวเสาโซล่าเซลล์ เป็นรูปแบบของโคมไฟโซล่าเซลล์ที่เหมาะสำหรับการติดตั้งบนหัวเสาริมรั้วที่บ้านของคุณเพื่อใช้ในการส่องสว่างในตอนกลางคืนโดยจะเป็นโคมไฟหัวเสาที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการชาร์จแบตเตอรี่และใช้แบตเตอรี่ในการส่องสว่างในตอนค่ำคืนเพื่อช่วยให้บ้านของคุณนะมีแสงสว่างและปลอดภัยในการใช้งาน โดยข้อดีหลักๆของโคมไฟหัวเสาโซล่าเซลล์นั่นก็คือการที่คุณไม่จำเป็นจะต้องจ่ายค่ากระแสไฟฟ้ารายเดือนให้กับการใช้งานเพียงลงทุนในการติดตั้งเพียงครั้งเดียวตัวเครื่องก็สามารถที่จะใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง 2-3 ปีขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาซึ่งถือว่ามีความสะดวกสบายมากและช่วยให้คุณประหยัดมากขึ้น